10 พิกัดน่าเที่ยว “กาญจนบุรี” เมืองกาญจน์นี้ดีต่อใจ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

ถ้าพูดถึงจังหวัดท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพ เดินทางสะดวกสบาย ขับรถแปปเดียวก็ถึงแล้ว จัดทริปได้ง่าย จะสะดวกแบบ One day trip หรือจะเข้าป่าไปพักสัก 2-3 คืนก็ได้ แถมยังมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ป่า เขา น้ำตก วัดวาอาราม วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ที่นี่ก็มีไม่แพ้ที่ไหนๆ หรือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเอาใจวัยรุ่นขาโจ๋อย่าง แพเธค หรือ สวนน้ำ ที่นี่ก็มีเพียบ

บอกเลยว่า ต้องไป “กาญจนบุรี” เท่านั้นครับ ที่นี่มีครบทุกสิ่งที่อยากได้เลยล่ะ

กาญจนบุรี หรือที่เราเรียกขานกันคุ้นปากว่า “เมืองกาญจน์” เป็นที่ที่ไปบ่อยมากๆ ปีนึงก็หลายครั้ง แต่เป็นสถานที่ที่ไปเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ไปกี่ครั้งๆก็ยังชอบ ยังฟินได้เหมือนเดิม

วันนี้ เว็บไซต์เที่ยวภาคกลาง จะขออาสาพาไปเที่ยวกาญจนบุรีกันอีกครั้ง มาสัมผัสดินแดนที่สวยงาม และมีเสน่ห์ดึงดูดให้ใครหลายๆคน อยากไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง

เก็บกระเป๋าสัมภาระแล้วตามขึ้นรถมากันเลยครับไปดูกัน ว่า 10 พิกัดน่าเที่ยวกาญจนบุรี จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันได้เลยจ้า

1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว

แลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของกาญจนบุรี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขจรไกลไปทั่วโลก เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ จะต้องแวะมาเยือนอยู่เสมอๆ

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เดิมสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยแรงงานของเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ภายใต้การควบคุมของกองทัพญี่ปุ่น การก่อสร้างใช้เวลาแล้วเสร็จเพียงหนึ่งปี ก่อนจะถูกระเบิดทิ้งทำลายจากกองบินสัมพันธมิตรจนสะพานช่วงกลางพังถล่มลงมา ต่อมาภายหลังสงครามโลกยุติลง รัฐบาลไทยได้ซื้อทางรถไฟนี้ต่อจากอังกฤษ และได้ทำการบำรุงรักษาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันสะพานข้ามแม่น้ำแคว ได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการยกย่องให้เป็น “สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ” เนื้อเริ่องเกี่ยวสะพานแห่งนี้ยังได้รับการไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง ปัจจุบันทางจังหวัดกาญจนบุรีได้มีการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นประจำปีทุกปี ซึ่งมีการแสดงสีเสียง ย้อนรำลึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก

สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ที่ตั้ง : ถ.แม่น้ำแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/KAqa8WVV7aLkZGiG8

2. สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ)

สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในประเทศพม่า เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

สะพานนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529 จนถึง พ.ศ. 2530 โดยใช้แรงงานของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งศรัทธาของชาวมอญ ที่มีต่อพระพุทธศาสนา

ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ และแสงยามเช้าที่สวยงาม พร้อมสัมผัสวิถีชาวมอญกลางสายหมอก

อีกหนึ่งบริการยอดฮิตของเด็กน้อยชาวมอญ นั่นคือ การรับจ้างทาแป้ง “ทะนาคา” ให้กับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์การเป็นชาวมอญมากยิ่งขึ้นไปอีก

สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ)
ที่ตั้ง : ซ.สะพานไม้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/ALh5GcQyhYhdrJYP7

3. วัดวังก์วิเวการาม

วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า

เมื่อ พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้าง เขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาตั้งอยู่บนเนินเขาในที่ปัจจุบัน

วัดวังก์วิเวการาม สร้างด้วยศิลปะแบบมอญและไทยประยุกต์ วิหารศิลปะมอญปัจจุบันเป็นที่เก็บสังขารของหลวงพ่ออุตตมะในโลงแก้ว ส่วนศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีตสองชั้น ชั้นล่างใช้เป็นที่จัดงานบุญต่าง ๆ ส่วนชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ใช้เก็บคัมภีร์ใบลานอักษรมอญโบราณ พระพุทธรูป อัฐบริขาร และเครื่องใช้ต่างๆ ส่วนบริเวณวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิม ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำ มีชื่อเสียงด้านสถานที่ท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า วัดใต้น้ำ สังขละบุรี นั่นเอง

วัดนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คของสังขละบุรีเลยนะครับ หากมาเที่ยวที่นี่ค้องแวะมาให้ได้

วัดวังก์วิเวการาม
ที่ตั้ง : 84 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/FKAJxQoeKQZuRRVs9

4. วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกาญจนบุรี สิ่งที่สะดุดสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมวัดเพื่อกราบนมัสการพระธาตุ ก็คือ ความใหญ่โต กว้างขวาง และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ตัวองค์พระสวยงาม ประดับด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์

เมื่อเดินทางมาถึงด้านบน ก็จะเห็นวิวด้านล่างที่สวยงามมองไปด้านล่างเห็นเป็นทุ่งนาเขียวขจี นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท องค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐ ทั้งองค์ แบ่งเป็นชั้นต่าง ๆ หลายชั้น แต่ละชั้นจะ ประดิษฐาน พระพุทธรูปต่างๆ มากมาย จนถึงชั้นบนสุด เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาติที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย และยังมีวิหารต่าง ๆ ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปและชื่นชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร

ที่นี่มีรถเคเบิลคาร์ให้บริการ แต่ถ้าใครที่ฟิตจัด อยากจะเดินขึ้นบันไดพิสูจน์ความแข็งแรง ก็เชิญได้เลยจ้า

วัดถ้ำเสือ
ที่ตั้ง : ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/rQHB76F7QWckFXZw5

5. เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ “เมืองแห่งวัฒนธรรม และวิถีชน”

เมืองมัลลิกา เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน

เดินเล่นผ่าน สะพานหัน อันเป็นที่ล่องเรือค้าขายกันของผู้คนในสมัยนั้น อีกทั้งอาคาร บ้านเรือนไทย อาหารไทยแบบดั้งเดิม เงินที่ใช้ในการซื้อขายก็ใช้เงินเหรียญรู ที่ต้องแลกก่อน ภาษาที่ใช้ ขอรับ/เจ้าค่ะ การประกอบอาชีพของคนสมัยก่อน การหุงหาอาหาร และเราสามารถแต่งชุดไทยให้เข้ากับบรรยากาศได้อีกด้วยล่ะ มีให้เช่าพร้อมเลย

เหมือนเราได้ย้อนวันวานสู่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้แต่งชุดไทย ได้กินอาหารโบราณ ได้นั่งรถเจ๊กเที่ยว ได้เดินเที่ยวเล่นในตลาดโบราณ ก็ดูเก๋และเท่ไปอีกแบบ

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔
ที่ตั้ง : 168 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 034 540 884
เว็บไซต์ : www.mallika124.com
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00–17:30 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/ncQUqwJkSSzcmiXW7

6. อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ นี้ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยใน ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ค่ะ ปราสาทเมืองสิงห์ นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน ซึ่งมีสถาปัตยกรรม และปฏิมากรรม คล้ายคลึงกับของสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม จากการขุดแต่งของกรมศิลปากร พบศิลปกรรมที่สำคัญยิ่งคือ พระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง รูปลักษณ์คล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชาอีกด้วย

จากศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ซึ่งจารึกโดย พระวีรกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกชื่อเมือง 23 เมือง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างไว้ มีเมืองชื่อ ศรีชัยสิงห์บุรี ซึ่งสันนิษฐานกันว่าคือเมือง ปราสาทเมืองสิงห์นี่เอง

ภายในอาคารจัดแสดงวัตถุ ได้มีการจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ขุดค้นพบในบริเวณปราสาทเมืองสิงห์อีกมากมาย ทั้งศีรษะพระศิวะ แม่พิมพ์พระพุทธรูป ภาชนะดินเผา และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นรูปจำลองเพราะกรมศิลปากรได้นของจริง ไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครจนถึงปัจจุบัน

อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์
ที่ตั้ง : ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 034 670 264
เว็บไซต์ : www.muangsinghp.com
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00–17:00 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/qyhzGc4baL7gwUT26

7. ต้นจามจุรียักษ์

ต้นจามจุรียักษ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของกาญจนบุรี โดยได้จัดทำสะพานไม้เป็นวงกลมรอบต้นไม้ เพื่อช่วยป้องกันให้นักท่องเที่ยวไม่เดินไปเหยียบรากต้นไม้หรือขูดโชคตามความเชื่อ เนื่องจากต้นไม้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ด้วยการจัดทำสวยหย่อมขนาดย่อมนำไม้ดอก ไม้ประดับมาปลูก เพื่อให้มีความสวยงามชวนมองมากขึ้น

ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบรัศมีทรง พุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงจากพิ้นดินถึงยอด 20เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยากมากๆ แล้ว

ต้นจามจุรียักษ์
ที่ตั้ง : ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/hVjxJQnvn7o659mr6

8. วัดสระลงเรือ

วัดสระลงเรือ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางหรืออายุประมาน 400-500 ปี คาดว่าวัดและชุมชนคงจะสูญหายไปในคราวที่พม่ายกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาและถูกทิ้งร้าง

จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ.2470 ชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียงได้อพยพเข้ามาทำไร่นาหาของป่าและตั้งชุมชนอีกครั้ง ต่อมานายจำเนียร ใคร่ครวญ ได้มากราบขอพรจากหลวงพ่อใหญ่องค์ดำ ปัจจุบันประดิษฐานยู่ในวิหารแก้ว หลังจากนั้นชีวิตประสบความสำเร็จ นายจำเนียร ใคร่ครวญ จึงได้สร้างและบูรณะวัดสระลงเรือให้เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด โดยการสร้างพระอุโบสถศาลาการเปรียญอนุสรณ์สถานลานเจดีย์วิหารแก้วและเรือสุพรรณหงส์จำลองใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ วัดสระลงเรือยังมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) องค์ใหญ่ที่สุดในโลกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะบูชาอีกด้วย

วัดสระลงเรือ
ที่ตั้ง : ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 081 334 6375
พิกัด : https://goo.gl/maps/ZAsfhKnvTqpJA7bUA

9. สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค (กาญจนบุรี)

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค แอนด์แคมป์ กาญจนบุรี เป็นสวนสัตว์เปิดแนวธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อพลอย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร

ที่นี่มีสัตว์นานาชนิด เช่น กวาง หมีควาย สิงโต เสือดาว ม้าลาย ยีราฟ นกกระจอเทศ เป็นต้น การเข้าไปชมสวนสัตว์จะมีรถนำเที่ยวพาเข้าไป เป็นรถมินิบัส โดยเราสามารถนั่งรถและให้อาหารสัตว์ได้ มีไกด์ ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถด้วย ที่คอยอธิบายจุดต่างๆให้เราฟัง โดยการเที่ยวชมใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที สำหรับใครที่อยากให้อาหารสัตว์ สามารถซื้อได้ตรงที่จุดขึ้นรถ มีขายอาหารใส่กระจาดพลาสติก เป็นแครอทโดยต้องซื้อเพิ่ม ราคา 1 ชุด มี 4 กระจาด ชุดละ 100 บาท

จุดเข้าชมภายในสวนสัตว์มีทั้งหมด 7 จุด แบ่งเป็นส่วนโดยมีประตูกั้นและแยกสัตว์แต่ละชนิดออกจากกัน ข้อแตกต่างของสวนสัตว์เปิดที่นี่กับสวนสัตว์เปิดในเมืองไทยที่อื่นๆ คือ สัตว์ทั้งหลายจะเดินเข้ามาใกล้รถของเราเพื่อมาขออาหาร ได้ป้อนได้ถ่ายภาพและสัมผัสกันแบบใกล้ชิด โดยที่ไม่มีกรงมาขวางกั้นไว้

นอกจากนี้ ที่สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค ยังมีการแสดงช้าง และการแสดงจระเข้ให้ได้ชมกันด้วยนะครับ ใครจะมาเที่ยวก็เช็ครอบ เช็คเวลาแสดงกันให้ดีๆ

สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค (กาญจนบุรี)
ที่ตั้ง : 99 ถ.ลาดหญ้า-บ่อพลอย ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 034 678 225
เว็บไซต์ : www.safaripark-kan.com
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00–17:00 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/MjrAyBshzx5KpHbw5

10. อนุสรณ์ดอนเจดีย์พนมทวน กาญจนบุรี

ข้อมูลของนักประวัติศาสตร์ในไทยนั้น แตกออกเป็นสองฝ่าย มีทั้งที่เชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น เกิดขึ้นที่ ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี และมีบางส่วนที่เชื่อว่า เหตุการณ์ยุทธหัตถีเกิดขึ้นที่นี่

ด้วยความที่พื้นที่บริเวณนี้นั้นอยู่ในเส้นทางเดินทัพของพม่า ที่จะเดินทัพเข้าสู่อยุธยา ดูสอดคล้องกับความน่าจะเป็น มากกว่าที่ดอนเจดีย์ ทำให้ที่นี่นั้นได้รับความเชื่อถือจากนักประวัติศาสตร์อยู่จำนวนมากเช่นกัน

เชื่อกันว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ตั้งของเจดีย์ยุทธหัตถี ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างขึ้นหลังจากที่พระองค์ ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ในปี พ.ศ. 2135 ภายในมีอาคารนิทรรศการสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งจัดแสดงประวัติและแผนที่ที่เกี่ยวกับการรบในครั้งนั้น

องค์เจดีย์เป็นศิลปะแบบอยุธยา เป็นเจดีย์ทรงกลม ก่ออิฐฉาบปูน ส่วนยอดหักพังไปตามกาลเวลา จนปัจจุบันมีความสูงราว 3 เมตร เจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่ในที่ดอน ล้อมรอบด้วยป่าละเมาะเป็นบริเวณกว้าง มีแม่น้ำทวนไหลผ่าน ปัจจุบันสร้างเป็นรูปวงเวียน มีถนนภายในแบ่งเป็น 8 ด้าน มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรขณะกำลังประทับบนหลังช้างศึกอยู่ด้านหน้าองค์เจดีย์

อนุสรณ์ดอนเจดีย์พนมทวน กาญจนบุรี
ที่ตั้ง : ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/dRDCAMtaNFDe3GybA