ดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร

เครื่องเบญจรงค์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความเป็นไทยด้านศิลปหัตถกรรมชั้นสูงได้เป็นอย่างดี อันมีลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนของไทย ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ด้วยความที่เป็นเครื่องถ้วยชามที่วิจิตรสวยงามล้ำค่ามาก ในอดีตจึงจะถูกใช้เฉพาะในกลุ่มคนชั้นสูง เชื้อพระวงศ์ และในราชวงศ์เท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสวยงามล้ำค่านี้ ก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกกลุ่มทุกชนชั้นมากขึ้น รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมชมชอบและหลงใหลในศิลปะที่ถูกบรรจงวาด แต้มเติมสีจนกลายเป็นงานศิลปะที่สวยจับใจและน่าครอบครอง

แต่เดิมเครื่องเบญจรงค์ นั้นหมายถึง เครื่องถ้วยชามที่เขียนด้วยสีห้าสี แต่ที่ปรากฎมีใช้สีตั้งแต่ 3 สี ขึ้นไปจนถึง 8 สี สีหลักได้แก่ แดง เหลือง ขาว ดำ เขียว หรือน้ำเงิน และสีอื่นๆ ได้แก่ ม่วง แสด น้ำตาล ฯลฯ ในปัจจุบันมีการเพิ่มสีเป็น 10 สี รวมถึงเพิ่มเทคนิคในการเติมสีแต้มสี ทำให้เครื่องเบญจรงค์ในวันนี้มีความสวยงามมากขึ้น

การจะทำเครื่องเบญจรงค์ให้เป็นที่ยอมรับถึงความวิจิตรสวยงาม ล้ำค่าน่าเป็นเจ้าของนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ยังคงมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่รักและหวงแหน สนใจสืบสานงานศิลปะชั้นสูงนี้ จนสามารถสร้างสรรค์เครื่องเบญจรงค์ที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของชาติไทยได้เป็นอย่างดี นั่นคือ กลุ่มชาวบ้าน บ้านดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร นั่นเอง สำหรับหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี หนึ่งในหมู่บ้านกลุ่มอาชีพที่ทำเครื่องเบญจรงค์คุณภาพดีโดยเฉพาะจนได้รับรางวัล OTOP ระดับ 5 ดาว ที่วันนี้เปิดเป็นศูนย์สาธิตเยี่ยมชมการผลิตเครื่องเบญจรงค์ดอนไก่ดี เปิดรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านนี้ เราจะได้เห็นกรรมวิถีการผลิตทั้งหมดตั้งแต่การปั้น การลงสี และการเผาอบเลยทีเดียว

ขั้นตอนการผลิตชิ้นงานเบญจรงค์ของชาวบ้านดอนไก่ดี เริ่มต้นด้วยการเลือกเครื่องปั้นขาวเนื้อดี แล้วนำมาเขียนลาย และการลงสีนั้นก็มีทั้งแบบดั้งเดิมคือแบบมัน จนถึงรูปแบบใหม่ แบบนูนและด้าน จากนั้นนำเครื่องเบญจรงค์เข้าเตาเผา  การอบในเตาเผานั้นก็ต้องอบที่อุณหภูมิ 800-1,200 องศา หรือใช้เวลาประมาณครึ่งวัน การอบสีหลังจากเขียนลวดลายแล้วจะนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 800 ํC ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ซึ่งถ้าอุณหภูมิแรง และใช้เวลานานกว่านี้จะทำให้สีไม่สดอาจละลายได้ จึงมีข้อห้ามว่าก่อนจะนำเข้าเตาอบห้ามนำมือไปแตะต้องสีที่เขียนเคลือบไว้เด็ดขาด

เครื่องเบญจรงค์ที่นี่ มีหลากหลายลวดลายไม่ว่าจะเป็น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายไม้เลื้อย ลายจักรี ลายประเพณีไทย ประเพณีสงกรานต์ ลายตลาดน้ำดำเนิน ลายดอกพิกุล ลายก้านแย่ง และลวดลายดอกไม้จีนต่างๆ ฯลฯ สีแบบต่างๆเช่น แบบด้าน แบบมัน แบบด้านนูนซึ่งหาได้ยากในปัจจุบันที่นี่ก็นำมาฟื้นฟู สามารถหาได้จากที่นี่แทบทั้งสิ้น และยังมีลวดลายแบบโบราณที่ทำได้อย่างสวยงามมากๆ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของลวดลายที่ปรากฏอยู่บนเครื่องเบญจรงค์ของที่นี่ สามารถนำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นไทยได้อย่างประณีตสวยงามและทรงคุณค่าน่าสะสม จนกลายมาเป็นจุดดึงดูดที่น่าประทับใจต่อผู้คนที่พบเห็น

เพราะนำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตไทยฝากไว้บนเครื่องเบญจรงค์เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครและไม่มีใครเหมือนผ่านฝีมืองานช่างที่ถ่ายทอดกันมานานนับสิบปีจากช่างฝีมือในบ้านดอนไก่ดีที่ถ่ายทอดวิชาความรู้สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ถือว่าเป็นมรดกของประเทศชาติที่น่าหวงแหนและอนุรักษ์ให้เคล็ดลับอันล้ำค่าชั้นครูนี้คงอยู่ตราบชั่วลูกหลาน และยังมีการพัฒนาต่อยอด ด้วยการเพิ่มเทคนิคที่ทันสมัยผสมผสานเข้าไป ทำให้ปัจจุบันได้ลวดลายที่แปลกใหม่ สวยงามมากขึ้น หรือแม้แต่การลอกเลียนแบบลายเก่า ของโบราณให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง ที่นี่ก็สามารถทำได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

นอกเหนือจากเครื่องเบญจรงค์ในขนาดมาตรฐาน เช่น เครื่องเบญจรงค์ชุดกาแฟ ชุดแจกัน ชุดโถ ประเภทรางวัลพวกเครื่องใช้ เช่นชุดพริกไทย ชุดโตกใส่อาหารแบบไทยๆ ฯลฯ แล้วก็ยังมีการผลิตเครื่องเบญจรงค์ขนาดจิ๋วออกมาเพื่อเป็นการเอาใจลูกค้าอีกด้วย ที่หมู่บ้านแห่งนี้นักท่องเที่ยวและลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกชมเลือกซื้อเครื่องเบญจรงค์ได้ ตามบ้านที่เปิดเป็นร้านค้าอยู่ตลอดสองข้างทาง ส่วนใหญ่คุณภาพจะอยู่ในระดับเดียวกันเนื้อดีฝีมือประณีต และยังมีการแสดงโชว์กรรมวิธีการผลิตสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้ชม

หากเราสนใจอยากพักค้างแรมที่นี่เขาก็บริการโฮมสเตย์ให้ในราคาที่ไม่แพงคือคนไทยคนละ 250 บาทชาวต่างชาติคนละ 600 บาท แถมมีกิจกรรมให้ทำคือ การเขียนลายเครื่องเบญรงค์แถมยังได้ชิ้นงานตัวเองกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจอีกต่างหาก แอบกระซิบนิดนึงว่า ชาวบ้านที่นี่ น่ารัก อัธยาศัยดีทุกคน มาที่นี่ ปลอดภัยสบายใจแน่นอน

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ติดต่อ คุณอุไร แตงเอี่ยม โทร : (034) 473-408, (081) 861-4626

หลังจากเยี่ยมชมเครื่องเบญจรงค์จนเต็มอิ่มแล้ว หากยังมีเวลาขอแนะนำที่เที่ยวที่ชิลล์ๆ น่าสนใจละแวกใกล้เคียงตามนี้เลยครับ วัดพันท้ายนรสิงห์ และศาลพันท้ายนรสิงห์ แวะไปกราบสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล ต่อด้วยตลาดริมคลองพ่อพันท้ายนรสิงห์ และตลาดน้ำพันท้ายนรสิงห์ สองตลาดย้อนยุคในสมุทรสาครที่มีของอร่อยขายมากมาย

ไปเดินเล่นได้เลยสบายๆ หรือจะไปสะพานแดง จุดชมวิวปลาโลมา ก็ดี บรรยากาศดี วิวสวย ลมพัดเย็นสบาย และที่สำคัญ อย่าลืมแวะหาร้านอาหารทะเลอร่อยๆ ที่มีอยู่มากมาย แค่นี้ก็ฟินน์ละใช่ไหมครับ

คำยอดนิยม