เที่ยวป่าหน้าฝนที่กุยบุรี….ซาฟารีเมืองไทย

“เที่ยวป่าหน้าฝนที่กุยบุรี….ซาฟารีเมืองไทย”

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

“อุทยานแห่งชาติกุยบุรี” ผืนป่าที่ได้สมญานามว่า “กุยบุรี ซาฟารีเมืองไทย” เพราะสามารถเฝ้าดูฝูงช้างป่า กระทิง และสัตว์ป่าหายากอย่างวัวแดง ได้อย่างง่ายดาย ทุกเย็น เป็นพื้นที่หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังพักแรมที่ชุมชนบ้านรวมไทยติดผืนป่าแห่งนี้อีกด้วย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศและชีวภาพสูง เป็นแหล่งรวมพรรณไม้หายาก และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เสือโคร่ง เก้งหม้อ กวาง สมเสร็จ ไก่ฟ้าหน้าเขียว และนกนานาชนิด เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ 605,625 ไร่ หรือ 969 ตารางกิโลเมตร

เทือกเขาตะนาวศรีที่ทอดตัวยาวมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า

มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเขาขวางตัวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี อันเป็นเทือกเขาซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ พลอง ทะลายเขา เขล็ง กระชิด พลวง สมอ ตะเคียนหิน มะไฟป่า พืชตระกูลปาล์มชนิดต่างๆ เช่น หมากเขียว หวายชนิดต่างๆ เต่าร้าง โดยเฉพาะหวายมีเป็นจำนวนมาก พืชชั้นล่างหลายชนิด เช่น พวกพืชในวงศ์ขิง ข่า เฟิน บอน เป็นต้น สำหรับสัตว์ป่ายังมีชุกชุม เนื่องจากมีแหล่งน้ำและอาหารสมบูรณ์ สัตว์ป่าทั่วไป ได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง หมี เก้ง สมเสร็จ เลียงผา กระจง ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมส่องสัตว์และดูนกได้เนื่องจาก ที่นี่มีนก ชนิดต่างๆ เช่น นกกาฮัง ไก่ป่า นกระวังไพร นกกางเขนดง นกเขา นกยางกรอก นกยางแดง และยังมีสัตว์เลื้อยคลานได้แก่ เต่า ตะพาบน้ำ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ได้แก่ กบทูด คางคก เขียด และปลาชนิดต่างๆ และมีแหล่งท่องเที่ยวเป็นน้ำตกอีกหลายแห่ง อาทิ น้ำตกห้วยดงมะไฟ น้ำตกผาหมาหอน มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางผ่านป่าดิบแล้ง ซึ่งมีสิ่งที่น่าสนใจ เช่น เถาวัลย์ ไทร จุดชมวิวสันมะค่าที่สามารถชมทะเลหมอกและน้ำตกได้ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของช้างป่าให้พบเห็นได้ทั่วไป ทั้งกองมูลและรอยตีนช้าง

กิจกรรมชมช้างป่า กระทิง และวัวแดงออกหากิน

กิจกรรมดูสัตว์ป่าในผืนป่ากุยบุรี โดยสามารถดูช้างป่า กระทิง วัวแดง และสัตว์ป่าได้ คือ ช่วงเช้าตรู่และเย็น เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ 15.00-18.00 น. ไม่ควรเข้าไปใกล้กับช้างป่าหรือสัตว์ป่าทุกชนิด, ควรสวมใส่เสื้อสีเรียบไม่ฉูดฉาด ไม่ส่งเสียงดัง ใช้กล้องไม่เปิดแฟลชและไม่ควรให้อาหารพวกมัน

โคลงช้างป่า

ในอดีตผืนป่ากุยบุรี เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้าง เพียงพอการปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่าต้องให้ความปลอดภัยกับช้าง” ตั้งแต่นั้นมาทุกภาคส่วนได้น้อมกระแสพระราชดำรัสสร้างแหล่งอาหารและน้ำให้ช้างและสัตว์ป่า ตลอดจนการรวมกลุ่ม เพื่ออนุรักษ์ช้าง ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้น จนกลายเป็นพื้นที่ตัวอย่างของประเทศที่มีการจัดการระหว่างคนกับช้างได้ผลดีในระดับสูง อุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้ข้อมูลว่า ช้างป่ากุยบุรีในปัจจุบันนับมีประมาณ 250 กว่าตัว

ฝูงกระทิง

ส่วนกระทิงมีประมาณ 100 กว่าตัว พบว่ากระทิงจะออกมาหากินหญ้า และดินโป่ง โดยจะออกมาหากินหลังจากที่ช้างป่าออกมาหากินในบริเวณนั้นก่อน ซึ่งปัจจุบันมีกระทิงไม่น้อยกว่า 250 ตัว โดยแยกเป็นฝูงมีทั้งฝูงใหญ่ ฝูงเล็กในแต่ละฝูงพบว่ามีลูกกระทิงหลายตัว แสดงว่ามีการเจริญพันธุ์อย่างมาก สำหรับวัวแดง สำรวจพบ จำนวน 7 ตัว โดยเป็นเพศผู้ จำนวน 6 ตัว และเพศเมีย จำนวน 1 ตัว โดยพบว่าอาศัยรวมอยู่ในฝูงกระทิง

การทำโป่งเทียม

กิจกรรมสาธารณะประโยชน์(Voluntourism) ด้วยจำนวนสัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทำให้แหล่งอาหารไม่เพียงพอต่อจำนวนสัตว์ป่า จึงเป็นที่มาของกิจกรรมต่างๆที่ทางอุทยานฯได้เชิญชวนคนที่สนใจรวมทำแหล่งอาหารและแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า เช่น โป่งเทียม,ฝายชะลอน้ำ,หรือการทำแปลงหญ้า เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าและลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ไร่ของชาวบ้าน เป็นการลดปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าและลดการสูญเสียของช้างป่า อันน่าสงสารให้กลับมาใช้ชีวิตในแบบธรรมชาติ

เส้นไหม

ชมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม หนึ่งในกิจกรรมการเยี่ยมชมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านรวมไทย โดยการเรียนรู้ ฟังบรรยาย และชมการสาธิตการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

อ่างเก็บน้ำยางชุม

อ่างเก็บน้ำยางชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2516 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2523 เป็นเขื่อนดินขนาดสูง 23.00 เมตร ยาว 1,500 เมตร สันเขื่อนกว้าง 8.00 เมตร ความจุ 32.00 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งขวาและฝั่งซ้ายยาวรวมประมาณ 24.00 กิโลเมตร พื้นที่ชลประทาน 15,300 ไร่ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสแก่ พลโท ประวิตร วงษ์สุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 และรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยทรงขอให้สนับสนุนและร่วมมือกับกรมชลประทานในการพิจารณาเพิ่มปริมาณการเก็บกักของอ่างเก็บน้ำยางชุม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่ากุยบุรี ตลอดจนส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ
ข้อมูลโดย กรมชลประทาน

สัปปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่ทำการเกษตรเกี่ยวกับการปลูกสับปะรดมากที่สุด

สับปะรด ใกล้กับผืนป่ากุยบุรี มีไร่สับปะรดหลายไร่ สิ่งเปรียบเสมือนของหวานที่รสหอมหวานให้กับช้างป่า จากการที่ช้างเข้ามากินพืชไร่ได้รับความเสียหายนำมาซึ่งการใช้วิถีชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกับช้างได้ นอกจากนี้ ยังมีการผลิตภัณท์แปรรูปจากใบสับปะรด

การเดินทาง ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 295 แยกขวาเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3217 (กุยบุรี-ยางชุม) ระยะทาง 20 กิโลเมตร ถึงบ้านยางชุม แล้วแยกซ้ายตามถนนข้างอ่างเก็บน้ำยางชุม ถึงบ้านย่านซื่อ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร และแยกซ้ายระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ และจุดเปลี่ยนรถไปดูช้างป่า

ที่ตั้ง หมู่ที่ 9 บ้านย่านซื่อ ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เบอร์โทรศัพท์ 032-510453
เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ 081-776-2410

สัมผัสการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีโปรแกรมที่น่าสนใจ ดังนี้
โปรแกรมการท่องเที่ยว 1 วัน
08.00 – 09.00 น. ชมกลุ่มอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงใหม และทำชาจากใบหม่อน
09.00 – 11.30 น. ชมกลุ่มอาชีพผลิตภัณท์แปรรูปจากใบสับปะรด(ลงมือปฏิบัติ)
11.30 – 13.00 น. ทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.00 น. ฟังบรรยายความเป็นอยู่ของชุมชนกับช้างป่าและสัตว์ป่า
14.00 – 18.00 น. เข้าพื้นที่ชมสัตว์ป่า

โปรแกรมการท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน
วันแรก
08.00 – 09.00 น. ศึกษาดูงานกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงใหม และการทำชาใบหม่อนในชุมชนของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมู่บ้านรวมไทย
09.00 – 11.00 น. ศึกษาดูงานจากกลุ่มแปรรูปใบสับปะรด และลงมือปฏิบัติ
11.00 – 12.00 น. ศึกษาดูงานเศรษฐกิจพอเพียง 1 ไร่ 1ล้าน ของคุณ สมโภชน์ พรมสะอาด
12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 – 18.00 น. เข้าชมสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กลับที่พักโฮมสเตย์

วันที่ 2
06.00 – 08.00 น. ชมแสงแรกของชุมชนบ้านรวมไทยจิบกาแฟแลตะวัน
08.00 – 11.00 น. ทำโป่งเที่ยมอาหารให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และรับประทานอาหารกลางวัน

สอบถามข้อมูลได้ที่ 
ชุมชน บ้านรวมไทย จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี โทร 08-52661601

คำยอดนิยม